หน้าแรกส่วนบริการลูกค้าข่าวประกาศคลังความรู้ติดตามความคืบหน้าดาวน์โหลด

คลังความรู้
คุณอยู่ที่หน้า: หน้าแรก > คลังความรู้ > How To > exFAT VS NTFS

exFAT VS NTFS

พอดีกำลังจะ Format ไดรฟ์อ่ะครับ ตอนFormat มันก็ให้เลือก 2 แบบ คือ exFAT กับ NTFS

exFAT กับ NTFS แต่ละอย่างมันเป็นอย่างไงเหรอครับ
แล้ว exFAT กับ NTFS อย่างไหนดีกว่ากันครับ

เรามาหาข้อมูลกัน

ทั้ง 2 อย่างคือรูปแบบการจัดเก็บไฟล์ใน Harddisk ของ Windows คับ

File allocation Table (FAT) เป็นระบบไฟล์ที่ใช้ในระบบปฏิบัติการในตระกูล Microsoft และเป็นระบบไฟล์ที่มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ระบบไฟล์ในตระกูลนี้มีลักษณะคือ เป็นการกำหนดหมายเลขให้กับทุก ๆ Cluster ในแต่ละ Partition แล้วทำการสร้างตารางที่มีจำนวนช่องตามจำนวน Cluster นั้น เพื่อเป็นการระบุสถานที่หรือ Cluster ที่ทำการเก็บข้อมูลของไฟล์แต่ละไฟล์ และมีตารางอีกตารางหนึ่งที่เรียกว่า Directory สำหรับเก็บข้อมูลรายละเอียดของไฟล์ เช่น Attribute ต่าง ๆ และ หมายเลข Cluster เริ่มต้นที่เก็บตัวข้อมูลจริง ๆ ระบบไฟล์ FAT มีหลายรุ่นดังต่อไปนี้

a) FAT 12 เป็นระบบไฟล์ที่ใช้ใน Floppy Disk และ Harddisk ที่มีขนาดไม่เกิน 16 MBs หมายเลข Cluster มีขนาด 12 บิท จึงสามารถอ้างถึง Cluster ได้เพียง 4096 clusters เท่านั้น

b) FAT 16 ใช้ตัวเลขขนาด 16 บิท ในการกำหนดหมายเลข Cluster จึงกำหนดหมายเลขได้ 65536 หมายเลข ระบบไฟล์นี้ มีใช้ในระบบปฏิบัติการของ Microsoft ทุกรุ่น Partition ที่จะใช้ระบบไฟล์นี้ได้ ต้องมีขนาดไม่เกิน 2GBs. FAT 16 ได้รับการปรับปรุงให้มีความสามารถมากขึ้นใน Windows 95 เพื่อให้สามารถใช้งานกับไฟล์ที่มีชื่อยาวได้ไม่เกิน 256 ตัว เรียก FAT 16 รุ่นนี้ว่า Virtual FAT หรือ VFAT

c) FAT 32 ระบบไฟล์ระบบนี้จะใช้หมายเลขขนาด 28 บิท ซึ่งตามทฤษฎีจะสามารถกำหนด Cluster ได้มากถึง 268,435,456 Clusters และสามารถใช้กับ Partition ที่มีขนาดใหญ่ได้ถึง 2 TeraBytes ระบบไฟล์แบบ FAT32 นี้มีใช้ใน Windows 95 OSR2 ขึ้นไป แต่ใช้ไม่ได้ใน Windows NT


New Technology File System (NTFS) ในขณะที่ Microsoft ได้ทำการพัฒนาระบบปฏิบัติการที่เรียกว่า Windows NT ได้พิจารณาระบบไฟล์ที่จะจำมาใช้ โดยมีข้อกำหนดหลาย ๆ อย่างที่จะเป็นระบบไฟล์ที่ดี มีระบบการรักษาความปลอดภัย และสามารถใช้กับ Harddisk ที่มีความจุสูงได้ ระบบไฟล์ที่ได้รับการพัฒนาโดยข้อกำหนดเหล่านี้คือ ระบบไฟล์แบบ NTFS ระบบไฟล์นี้ นำมาใช้ในระบบปฏิบัติการ Windows NT และใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง NTFS สามารถใช้กับ Partition ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่ากับ 2 ยกกำลัง 64 ไบท์ หรือ 16 ExaBytes การทำงานของ NTFS มีลักษณะที่แตกต่างจาก FAT อย่างสิ้นเชิง NTFS จะสร้างไฟล์ขึ้นมาชุดหนึ่งที่ทำหน้าที่เก็บ Information ของแต่ละ Partition ไฟล์เหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่ตอนที่ทำการ Format แต่ละ Partitionไฟล์เหล่านี้เรียกว่า MetaData Files NTFS ที่เป็นที่รู้จักกันมี 2 รุ่น คือ

a) NTFS 1.1 หรือ NTFS 4.0 เป็นระบบไฟล์ที่ใช้ใน Windows NT 4.0

b) NTFS 5 เป็นระบบไฟล์ที่ใช้ใน Windows 2000,XP,2003

สรุปก็คือ

1. FAT16 เป็นการจัดพาร์ติชันสำหรับ DOS, Windows 3.1 และ Windows 95 รุ่นแรก ๆ จะรองรับขนาดของพาร์ติชันได้สูงสุดที่ 2 GB ต่อ 1 พาร์ติชั่นเท่านั้น
2. FAT32 เป็นการจัดพาร์ติชันสำหรับ Windows 97 OSR2 และ Windows 98 สามารถรองรับขนาดของพาร์ติชันได้จาก 512 KB ไปจนถึง 64 GB ต่อ 1 พาร์ติชัน
3. NTFS เป็นการจัดพาร์ติชันสำหรับ Windows NT

NTFS (New Technology File System)
•ออกแบบมาเพื่อใช้กับระบบ ปฏิบัติการ Windows NT โดยเฉพาะ
•เป็นระบบไฟล์ที่ออกแบบเพื่อให้มีศักยภาพในการประมวลผลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ และนำมาใช้กับระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ต้องมีการควบคุมระบบความปลอดภัย
•สนับสนุนการตั้งชื่อไฟล์หรือ ไดเร็คทอรี่แบบยาว ได้ถึง 255 ตัวอักษร
•NTFS มีข้อดีคือ
1.มีความสามารถในการบีบอัดข้อมูล (File Compression)ให้ได้พื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น โดยไฟล์ที่เก็บข้อมูลเป็นตัวอักษรจะบีบอัดได้ประมาณ 50 % ถ้าเป็นไฟล์แบบ .exe จะประหยัดเนื้อที่ได้ประมาณ 40 %
2.มีความสามารถในการกำหนดสิทธิ์ (Permission) การเข้าถึงข้อมูลให้กับผู้ใช้งานแต่ละคน ว่าให้ใครเข้าถึงข้อมูลไฟล์ไหนได้บ้าง แล้วสามารถอ่านได้อย่างเดียวหรือ แก้ไขได้ด้วย
3.มีความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูลได้
4.NTFS สามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันได้ใหญ่กว่า แบบ FAT ในทางทฤษฎีสามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันรวมกันได้ถึง 16 Exabyte (E แต่ในทางปฎิบัติ สามารถรองรับขนาดของไฟล์ได้ 4-64 GB ส่วนขนาดของพาร์ติชันรองรับได้ 2 TB
5.มีความสามารถจัดการกับ Cluster ที่เกิดปัญหา ซึ่งจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Bad- Cluster Mapping คือเมื่อระบบพบว่ามี Bad Sector บน Harddisk ก็จะจัดหา Cluster ใหม่แล้วย้ายข้อมูลจาก Cluster เก่ามาใส่ให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นจึงกำหนด Cluster เก่าเป็น Bad Sector
•ใน ระบบ FAT จะ ไม่สนับสนุนการบีบอัดข้อมูล การเข้ารหัสข้อมูล และไม่มี Feature ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วยการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งต่างกับระบบ NTFS
•ข้อเสียของ ของ NTFS ในยุคของ Windows NT คือไม่สามารถมองเห็นฮาร์ดดิสก์ที่เป็น File System แบบ FAT และในทางกลับกันระบบ FAT ก็จะมองฮาร์ดดิสก์ที่เป็น NTFS ไม่เห็นเช่นกัน
•แต่เมื่อมีระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP ทำให้ฮาร์ดดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ NTFS สามารถมองฮาร์ดดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ FAT ได้ เพราะ ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP มีความสามารถในการสนับสนุน File System ทั้งแบบ FAT และ NTFS ทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP สามารถที่จะมองฮาร์ดดิสก์ทั้งแบบ NTFS และ FAT

ถ้า Shutdown แบบไม่ถูกครรลองประเพณี(FAT32) จะต้องมา check disk กันทุกครั้ง
แต่ถ้าเป็น NTFS มันจะไม่ค่อย check diskยกเว้นกรณีที่ Map และ Index ของ NTFS เกิดเสียหายถึงจะ check disk

File Fat32 ที่ Boot Dos เห็น Ntfs ได้ครับชื่อไฟล์ NtfsDosPro ครับ สุดยอดจริงๆ

ถ้า file ใหญ่กว่า 2G NTFS ดีกว่าจะได้ไม่ต้องตัดแบ่งเป็นหลาย file เหมือนใน fat32

มาถึงคำตอบ ขอตอบแบบภาษาชาวบ้านนะครับ
1. ถ้าคุณใช้ "Windows Me" ต้องใช้ FAT32 เพราะว่ามันจะมองไม่เห็น NTFS
2. แต่ถ้าคุณใช้ "Windows XP" หรือ "Windows 2000" คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ ได้ทั้ง NTFS หรือ FAT32
3. ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูจุดประสงค์ในการใช้งานด้วย หากคุณใช้HDD โดยไม่มีโอกาสที่จะนำ HDD ไปต่อพ่วงกับเครื่องอื่นเพื่อถ่ายข้อมูล โดยที่เครื่องอื่นใช้ Windows Me อยู่ก็ใช้ NTFS ก็ได้ โดยข้อดีของ NTFS ทางเทคนิคเหนือกว่า FAT32(ตาม ความเห็น5) แตในทางกลับกัน หากคุณยังมีความจำเป็นในอนาคตที่จะต้องนำHDD ตัวนี้ไปถ่ายข้อมูลกับของเพื่อนๆที่เขายังไม่ได้ใช้ WindowsXP หรือ2000 แล้วละก็ FAT32 ดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า (Compatible กว่าเพราะใครๆก็มองเห็น)

คุณสามารถแปลงฮาร์ดดิสก์ให้ใช้ระบบไฟล์ NTFS ได้โดยคลิ้กปุ่ม Start เลือก Programs และ Accessories ตามลำดับ จากนั้นคลิ้กที่ Command Prompt ในหน้าต่าง Command Prompt ที่ไดร์ฟ C: ให้คุณพิมพ์คำสั่งว่า convert C: /fs:ntfs กดปุ่ม Enter แค่นี้ระบบไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ของคุณก็จะถูกแปลงเป็น NTFS แล้วครับ



บทความนี้มีประโยชน์กับคุณหรือไม่ ?

บันทึกสู่รายการโปรดของฉัน
พิมพ์หัวข้อนี้

รวมคำสั่งลัด แค่ Run ก็ทำงานได้ดั่งใจ (ดูรายละเอียด: 616)
การเข้าหัว RJ-45 (ดูรายละเอียด: 620)
เครือข่ายส่วนตัวในแบบ VPN (Virtual Private Network) (ดูรายละเอียด: 732)
เรียนรู้ความแตกต่างระหว่ง FAT32 กับ NTFS (แบบง่ายๆ ) (ดูรายละเอียด: 571)
วิธีการใช้ Direct Admin Control Panel (Hosting Manage) (ดูรายละเอียด: 1523)

Powered by WHMCompleteSolution


ภาษา:

LiveZilla Live Help